๑. พระพุทธศาสนา คือคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ (จัดเข้าในพระปัญญาคุณ) ขอท่านผู้ตื่น ผู้เบิกบานจากกิเลส
(พระบริสุทธิคุณ) และของท่านผู้สอนให้ผู้อื่นรู้ ปลุกให้เขาตื่น (พระกรุณาคุณ)
๒. ที่ว่ารู้นั้น คือรู้ว่า นี้เป็นทุกข์นะ นี่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์นะ นี่สุขที่แท้จริงนะ นี่เป็นเหตุให้ได้สุขนั้นนะ
๓. พระพุทธศาสนามีพระรัตนตรัยเป็นหลักสำคัญกล่าวโดยย่อๆ
ดังนี้พระพุทธ คือพระพุทธเจ้าผู้ตั้งพระพุทธศาสนา
ท่านเป็นโอรสของพระเจ้าแผ่นดินท่านทรงพระนามเดิมว่า เจ้าชายสิทธัตถะ
ทรงเป็นรัชทายาท ทรงสมบูรณ์ด้วยวิชาความรู้ด้วยสมบัติมหาสารด้วยพระรูปโฉม
 ด้วยพระกำลังสามารถ ทรงมีพระชายา มีพระโอรสแล้วท่านทรงสละหมด ทรงออกบวช
เพื่อค้นหาธรรมเป็นเครื่องทำให้พ้นทุกข์ แล้วนำมาสอนประชาชนให้เขาพ้นทุกข์ ทรงใช้เวลา ๖ ปี
 จึงสำเร็จ ทรงตรัสรู้เอง โดยมิได้มีใครสอน สิ่งที่ทรงตรัสรู้นั้น คืออริยสัจ ของจริงอย่างประเสริฐแล้ว
ทรงสั่งสอนประชานถึง ๔๕ ปีจนปรินิพพาน (ดับ)
โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนสิ่งที่ทรงสั่งสอนนั้นเรียกว่าพระธรรมพระธรรม คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
อันเป็นความจริงที่มีอยู่แล้วในโลก อันมีทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว (ฝ่ายกลาง)
ฝ่ายดีคนปฏิบัติแล้วย่อมได้ความสุข ฝ่ายชั่ว
คนทำแล้วย่อมได้ความทุกข์ ท่านทรงให้ละความชั่วทำแต่ความดีพระธรรมแบ่งเป็นศีลกับธรรม
คือเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ เช่น
ศีล ๕เป็นต้นมีผลคือทำให้เป็นสุจริตชนเพราะไม่ฆ่าเขาไม่ลัก ไม่โกง ไม่ฉ้อเขา
ไม่ประพฤติผิดทางเพศไม่ปดหลอกลวงเขาไม่ดื่มเหล้าเสพสิ่งเสพติดมีกัญชาฝิ่นเป็นต้น
 (เพียงศีล ๕เท่านั้น ถ้าทุกคนพากันรักษาศีลแล้ว
ทุกคนจะมีความสุขอย่าว่าแต่๕ข้อเลยเพียงข้อเดียวเช่นข้อ๕เท่านั้น ก็เป็นสุขมากแล้ว)
ส่วนธรรมนั้น เป็นข้อที่ควรปฏิบัติ เพื่อชีวิตจะได้มีความสุขใน ๓ ระดับ
คือ- ทิฏฐธัมมิกสุข สุขในชีวิตนี้ เช่น มีสุขเกิดจากความมีทรัพย์ สุขเกิดจากการทำงานที่สุจริต
เป็นต้น-สัมปรายิกสุขสุขในโลกหน้าหรือในปรโลก
-นิพพานสุขสุขในพระนิพพานพระสงฆ์ คือสาวกหรือศิษย์ของพระพุทธเจ้า
เป็นผู้ปฏิบัติ ตรง ถูกต้องตามธรรมวินัย หรือศีลของพระพุทธเจ้าเป็นพยานในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้คำจุน รักษา สร้างความเจริญก้าวหน้าแพร่หลายแก่พระพุทธศาสนา
เป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน เป็นผู้แนะนำสั่งสอนประชาชนด้วยพุทธธรรม
 เป็นผู้นำพัฒนาบุคคล พัฒนาท้องถิ่น บำเพ็ญสาธารณประโยชน์โดยไม่ต้องรบกวนรัฐบาล
และท่านเป็นเครื่องหมายแห่งความมีพระพุทธศาสนา