เตือนใจตนคนเป็นพระ
...
ชีวิตพระต้องหัดละตั้งแต่บวช
และหัดสวดควบคู่ดูแข็งขัน
เอาพระธรรมนำมาศึกษากัน
ให้มุ่งมั่นตรงทางอย่างถาวร
เราเป็นพระอย่าตะกละให้เกินเหตุ
ไม่ใช่เปรตเดินดินหมิ่นคำสอน
พุทธองค์ทรงสั่งให้สังวร
อย่าหลอกหลอนให้ได้มาว่าสำคัญ
ท่านมีบุญอยู่กับมืออย่าถือปล้น
ใครบางคนเขาไม่รู้ดูสงสาร
แต่บางทีเขาให้มาเพราะรำคาญ
เลยทำทานท่านมาโอ้ว่าบุญ
..
เมื่อได้บวชพึงรู้ว่าจะสละ
เพียรลดละนำพาหากุศล
เป็นผู้นำหาคุณค่าความเป็นคน
อย่าหลงกลกิเลสเหตุวุ่นวาย
เมื่อบวชมาจงคิดว่าบวชอุทิศ
ทั้งชีวิตมอบให้พระศาสนา
เดินตามทางที่ถูกต้องอย่างสัมมา
เรียนรู้ค่าในการบวชอวดพระธรรม
อย่าอวดยศอวดลาภหาบกิเลส
จะเป็นเหตุให้หลงทางห่างมรรคผล
ไม่รู้ค่าในการบวชอวดผู้คน
แล้วสับสนเป็นคนเปล่าไม่เข้าธรรม....



 

ในคราวเสด็จประพาสพระราชอุทยานครั้งที่ ๔
ทรงเห็นนักบวช

"
นุ่มห่มผ้ากาสาวพัสตร์กอปรด้วยอากัปกิริยาสำรวม...
 เมื่อทรงเห็นนักบวชก็ทรงเกิดพระทัยน้อมไปในทางบรรพชา
ทรงรำพึงในพระทัยที่เรียกอีกอย่างหนึ่งทรงเปล่งอุทานออกมาว่า "สาธุ ปัพพชา" สองคำนี้
เป็นภาษาบาลี แปลให้ตรงกับสำนวนไทยว่า
“บวชท่าจะดีแน่”
แล้ว
ก็ตัดสินพระทัยว่า
จะเสด็จออกบวชตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ชีวิตพระสงฆ์หรือชีวิตนักบวช พูดง่าย ๆ คนนั้นเกิดมาเพื่อ
รับใช้พระองค์ ในชีวิตพระสงฆ์หรือนักบวช
...
เพื่อจะให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจถึงชีวิตด้านในของอาจารย์
เพราะคนรุ่นผม
เริ่มไม่เข้าใจว่า ชีวิตพระสงฆ์นั้นอยู่ได้อย่างไร โดยเฉพาะชีวิตของพระสงฆ์รุ่นอาจารย์ ...