คณะครูอาจารย์โรงเรียนวัดพิศาลรัญญาวาส

   มนุษย์ควรมีหน้าที่ ๒ ระดับคือ

        ๑.  บริหารชีวิตให้อยู่รอด มีสุข เป็นสุข

        ๒.  ใช้ชีวิตนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

        ต้องมีความตั้งใจไว้อย่างนี้ เราจึงจะทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นได้ ชีวิตมีประโยชน์เป็นชีวิตอมตะ คือ ไม่รู้จักตาย

        เราควรปลูกฉันทะ คือ ความพอใจในหน้าที่ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่อันดีของมนุษย์  คนส่วนมากไม่ค่อยหาความสุขจากการ
ทำหน้าที่ เห็นการทำหน้าที่เป็นความทุกข์ เมื่อจะหาความสุข ก็ไปหาจากอบายมุข
  ไม่พักผ่อนด้วยการทำงานที่มีประโยชน์
แต่ไปพักผ่อนด้วยอบายมุข เช่นเดียวกัน.

        เราควรทำหน้าที่ คือ ทำตนให้เป็นที่พึ่งของตนเองให้ได้โดยเร็วที่สุด อย่าทำตนให้เป็นภาระของพ่อแม่ ญาติพี่น้องนานเกินไป 
ดูตัวอย่างธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ เมื่อมันเติบโตได้พอสมควรแล้ว  มันให้ร่มเงา ดอก หรือ ผล หรือ ออกซิเจนแก่เราผู้ปลูก 
ควรทำงานให้เป็นผู้หนักแน่นในคุณธรรมความดี  เหมือนไม้จันทร์ แม้แห้งก็ไม่ทิ้งกลิ่น  เมื่อคนเข้าไปโค่นต้น
ยังให้ความหอมติดคมขวานไปด้วย คนชั่วเมื่อเข้ามาใกล้ ๆ เราผู้ดำรงมั่นอยู่ในคุณงามความดี เขาย่อมละอายที่จะทำชั่ว
 ที่จะเป็นคนชั่ว อยากเป็นคนดี เพราะความหอมของเราได้ติดเขาไปแล้ว
  ของเหม็นนั้น แม้ตั้งอยู่ที่เดียว
 แต่กลิ่นเหม็นก็ฟุ้งไปทั่วทิศ คนชั่วก็เช่นเดียวกัน.

        การศึกษา ก็คือการทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เช่น เราอยู่ในวัยที่ต้องศึกษา มารดา บิดาต้องการให้เราศึกษาเรียนรู้อะไร ๆ ไว้ 
 
เราก็ปฏิบัติ ตามความประสงค์ อันดีของพ่อแม่  นี่ก็คือการปฏิบัติธรรมนั่นเอง  การศึกษาของเราในลักษณะดังกล่าวนี้ 
กลายเป็นการประพฤติธรรมไป
  ในการศึกษาเพื่อให้ประสบความสำเร็จด้วยดี ก็ต้องใช้ธรรมะเป็นอันมาก เช่น ความเพียร ความอดทน
 ความเสียสละ ความกตัญญูกตเวที
  ความเคารพอ่อนน้อมครูอาจารย์ ความมีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง  เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ   
ไม่ต้องกินแหนงชิงชังหรือทะเลาะ วิวาทกัน การศึกษานั้น ควรให้ได้รับผล ๓ อย่าง คือ

        ๑.  การรู้วิชาการต่าง ๆ เพื่อเปิดหูเปิดตา

        ๒.  สามารถประกอบอาชีพ ได้เป็นหลักฐาน

        ๓.  มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น