|

๑.
แฟ้มบุคลากร
ครูประจำ
และอาจารย์พิเศษ
ไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้ในในคอมพิวเตอร์
จึงทำให้ไม่สามารถปรับปรุง
แก้ไขแฟ้มสะสมงานให้เหมาะสมเป็นปัจจุบันได้
๒.
บุคลากร
ครูประจำ
และอาจารย์พิเศษ
ไม่ให้ความร่วมมือในการส่งภาพถ่าย
ข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นในการจัดทำแฟ้มสะสมงาน
๑.
จัดให้มีบุคลากรผู้จัดทำและจัดเก็บข้อมูล
แฟ้ม
และเอกสารต่าง
ๆ
ไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีหน้าที่รับผิดชอบ
ในการติดตาม
ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
ทันกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงด้านข้อมูลข่าวสารและบุคลากรในส่วนต่าง
ๆหมวดวิชา
ปัญหาอุปสรรค
๑.
การนิเทศและประเมินการสอนรายวิชาของหัวหน้าหมวดวิชา
และครูที่รับผิดชอบในรายวิชานั้น ๆ
ฝ่ายวิชาการไม่ได้รับความร่วมมือเต็มที่
เนื่องจากหัวหน้าหมวดและครูไม่สามารถเข้าประชุมหรือรับการนิเทศอย่างพร้อมเพียง
แม้จะส่งหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วก็ตาม
และในการกรอกแบบประเมินข้อมูลที่ได้ไม่เป็นความจริง
๒.
ในการจัดทำแผนการสอนหลักสูตรเดิม
และแผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรใหม่
ครูไม่ส่งแผนการสอนและส่งแผนการสอนช้า
และแผนการสอนก็ไม่สมบูรณ์
ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบแผนและดำเนินการจัดทำและปรับปรุงให้เหมาะสมได้
๓.
การจัดการเรียนรู้
ครูไม่ค่อยใช้สื่อการเรียนรู้เท่าที่ควรจะ
ใช้วิธีการสอนแบบบรรยายแม้ว่าสื่อที่มีอยู่จะพอเอื้อได้บ้าง
การสอนของครูบางท่านไม่จบตามเนื้อหาหรือจุดประสงค์
และไม่มีการทำประเมินและวิจัยนักเรียนเป็นรายบุคคลหรือรายห้อง
๔.
แฟ้มสะสมงานของนักเรียน
แม้ว่าจะจัดให้นักเรียนทุกรูปมีแฟ้มสะสมงานแล้วก็ตาม
ครูไม่ได้ให้นักเรียนทำงานหรือโครงงานเพื่อเก็บไว้ในแฟ้มสะสมงาน
และไม่ได้ทำให้นักเรียนเห็นความสำคัญของแฟ้มสะสมงานเท่าที่ควร
๕.
การสอนแต่ละครั้ง
ครูจะออกข้อสอบเพื่อให้ฝ่ายวิชาการนำไปทดสอบนักเรียน
แต่ครูบางท่านส่งข้อสอบไม่ทัน
และไม่แจ้งปัญหาการส่งข้อสอบ
ทำให้ไม่สามารถทราบปัญหาและแก้ไขช่วยได้ทั้งยังทำให้การจัดข้อสอบล่าช้า
และการส่งผลสอบก็ล่าช้าโดยครูอ้างว่าเวลาไม่พอ
หรือมีภารกิจอื่นต้องทำก่อนแนวทางแก้ไข
๑.
ในการพัฒนาแก้ไขการนิเทศและประเมินการสอนรายวิชาของครูต้องให้ครูเข้าประชุมหรือรับฟังการนิเทศโดยพร้อมเพียง
ให้กรอกแบประเมินข้อมูลที่เป็นความจริง
๒.
ทำแผนการสอนและส่งแผนการสอนให้ทันเวลาและตรงตามสาระ
การเรียนรู้
โดยการชี้แจงให้ฝ่ายวิชาการเข้าใจถึงแผน
หลักสูตร
และการสอน
๓.
คัดเลือกครูที่มีความรู้ความสามารถ เสียสละเพื่อเป็นครูดีเด่นประจำเดือนหรือประจำปี
๔
การจัดการเรียนรู้
ให้ครูบูรณาการใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีอยู่ให้เอื้อต่อ
การเรียนการสอน
และสอนให้จบตามสาระ
เนื้อหาหรือจุดประสงค์การเรียนรู้
๕.
ทำการประเมินและวิจัยในชั้นเรียน
เป็นรายบุคคลหรือรายห้อง
๖.
แฟ้มสะสมงานของนักเรียน
ให้ครูมอบหมายงานหรือโครงงานเพื่อเก็บไว้ในแฟ้มสะสมงาน
และกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของแฟ้มสะสมงานมากขึ้น
๗.
การสอบแต่ละครั้ง
ครูจะต้องออกข้อสอบล่วงหน้า
เพื่อให้ฝ่ายวิชาการนำไป
วิเคราะห์ความยากง่ายหรือความเหมาะสมก่อนนำไปสอบจริงในแต่ละภาค/ปีการศึกษา
๘.
จัดให้มีการประชุม
เพื่อคัดเลือกข้อสอบที่ได้มาตรฐาน
แล้วนำข้อสอบที่ได้ไปใช้สอบในปีการศึกษาต่อไป
ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา
การจัดทำชุดข้อสอบล่าช้าและไม่ได้มาตรฐาน
๙.
ประสานงานในระดับกลุ่มโรงเรียน เพื่อจัดทำและวิเคราะห์ข้อสอบ
การบริหารงานฝ่ายธุรการ
ปัญหาและอุปสรรค
๑.
พื้นที่ในการจัดเก็บเอกสารงานธุรการของฝ่ายวิชาการ
ไม่เอื้อต่อการจัดเก็บให้เป็นสัดส่วนได้
ทั้งเอกสารการตอบรับหนังสือเข้าจากหน่วยงานต่าง ๆที่ติดต่อเข้ามา
จากฝ่ายธุรการของโรงเรียนและที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายวิชาการโดยตรง
งานพิเศษที่ได้รับมอบหมาย
หนังสือรับเข้าหนังสือส่งออก
บันทึกข้อความ
คำสั่ง/ประกาศ
๒.
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของสมุด
ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบาก
ไม่สะดวกและไม่เอื้อต่อการจัดหมวดหมู่หนังสือ
ทำให้การสำรวจหนังสือไม่ชัดเจนขาดระบบในการจัดเก็บตรวจสอบและสถิติข้อมูลการใช้ห้องสมุด
๓.
ขาดบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและจัดระบบงานในห้องสมุดแนวทางแก้ไข
๑.
จัดพื้นที่การเก็บเอกสารให้เป็นหมวดหมู่
โดยใช้ตู้เอกสารและพื้นที่ที่มีอยู่ให้
เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๒.
เชิญวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านพัฒนา
แลจัดระบบห้องสมุดมาให้คำแนะนำและพัฒนาบุคลากร
๓.
นำสื่อเทคโนโลยีที่จำเป็นในการพัฒนาระบบงานในห้องสมุด
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นักเรียนและผู้ใช้บริการห้องสมุดทั่วไปได้ใช้และได้รับบริการ
ด้วยความสะดวกและเพียงพอ
๔.
จัดหมวดหมู่หนังสือนักธรรม
-
ภาษาบาลี
เป็นหมวดพิเศษ
เพื่อให้นักเรียน
ครูและผู้สนใจได้ศึกษาการปฏิบัติงานฝ่ายวิชาการ
งานสารบรรณเกี่ยวกับหนังสือรับเข้า
-
ส่งออก
๑.
หนังสือรับเข้า
-
ส่งออกล่าช้า
และเกิดความผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูล
ทำให้ต้องแก่ไขบ่อยครั้ง
๒.
หนังสือรับเข้า -
ส่งออกขาดสภาพครองในการติดตามทำให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องสอบถามการตอบรับและการรายงานข้อมูล
แนวทางแก้ไข
๑.
หนังสือรับเข้าและหนังสือที่จะต้องส่งออกทุกประเภท
หากเกี่ยวเนื่อง
กับฝ่ายใด
ผู้ปฏิบัติทุกระดับควรให้ความสำคัญในทุกเรื่อง
แล้วประสานงานภายในและ
ภายนอกอย่างเป็นระบบเพื่อให้งานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
งานสารบรรณเกี่ยวกับแบบฟอร์ม
และแบบพิมพ์
ปัญหาอุปสร
๑.
แบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ
ไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขจากฝ่ายต่าง ๆ
๒.
การจัดพิมพ์แบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ
ไม่เพียงพอและไม่สะดวก
ในการใช้งาน
เช่น
ใบลาหยุดเรียน
สำหรับนักเรียน
ครูประจำ
และอาจารย์พิเศษ
แบบฟอร์มการยืมหนังสือ
อุปกรณ์วัสดุต่าง ๆใบสมัครนักเรียนใหม่
ใบรับรองเงินเดือน
แนวทางแก้ไข
๑.
ให้ทุกฝ่ายประชุมแก้ไขปรับปรุงแบบฟอร์มเอกสารให้เหมาะสม
และเป็นปัจจุบัน
๒.
จัดพิมพ์แบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ
ให้เพียงพอและจัดเก็บไว้ในส่วน
ที่สามารถหยิบใช้ได้โดยง่าย
มอบหมายให้มีผู้กำกับดูแล
ตรวจสอบ
จัดเก็บ ให้เป็นระเบียบ
เมื่อเอกสารหมดจะต้องจัดพิมพ์ใหม่งานสารบรรณเกี่ยวกับเอกสารงานธุรการ
ปัญหาอุปสรรค
๑.
แฟ้มบุคลากร
ครูประจำ และอาจารย์พิเศษไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้ใน
ในคอมพิวเตอร์ จึงทำให้ไม่สามารถปรับปรุง
แก้ไขแฟ้มสะสมงานให้เหมาะสมเป็นปัจจุบันได้
๒.
บุคลากร
ครูประจำและอาจารย์พิเศษไม่ให้ความร่วมมือในการส่งภาพถ่าย
ข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นในการจัดทำแฟ้มสะสมงาน
แนวทางแก้ไข
๑.
จัดให้มีบุคลากรผู้จัดทำและจัดเก็บข้อมูล
แฟ้ม
และเอกสารต่าง
ๆ
ไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตาม
ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
ทันกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงด้านข้อมูลข่าวสารและบุคลากรในส่วนต่าง
ๆ
งานครูเป็นวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ต้องใช้ทั้งศิลป์และศาสตร์
ในการปฏิบัติงาน
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาวิชาชีพครูให้มีมาตรฐานสูง
และเป็นที่ยอมรับงานของครูยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสติปัญญา
และความสามารถที่หลากหลายของแต่ละคน
ดังนั้นครูจึงต้องอาศัยความรอบรู้เฉพาะด้าน
มีการเตรียมการวางแผนที่ดีในการสอนดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการครบวงจร
นอกจากนี้ครูยังต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและคิดค้นวิธีสอน
ตลอดจนเครื่องมือใหม่ ๆ
มาช่วยในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูที่ผ่านมา
จะเป็นไปในลักษณะที่ใช้พื้นฐานความรู้เดิมความสนใจ
ส่วนตัวและประสบการณ์เดิมเท่านั้น
ครุจำนวนน้อยมากที่อาศัยการวิจัยเป็นเครื่องมือหรืออำนวยผลวิจัยมาใช้
เป็นแนวทางในการพัฒนางานครู
ซึ่งการที่ครูจะพัฒนาตนเองไปสู่การทำงานที่เป็นระบบเข้าถึงเด็ก
และรู้ทันการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งสามารถจัดการเรียนการสอนอย่าง
ครูมืออาชีพ
ได้นั้น
การวิจัยในชั้นเรียนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะนำครูไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้
๒. วัตถุประสงค์
เพี่อให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มีความสามารถในการสอนสูงขึ้น
คิดค้นวิธีสอน
ตลอดจนเครื่องมือ ใหม่ ๆ
มาช่วยในการเรียนการสอนและพัฒนาสติปัญญาความสามารถ
ที่หลากหลายของเด็กแต่ละคนครูได้รับข้อมูลที่จำเป็นในการพัฒนาวิชาชีพให้มีมาตรฐานสูง
และเป็นที่ยอมรับของสังคมขณะเดียวกันก็ต้องก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของวิทยาการ
เทคโนโลยี ค่านิยม และวัฒนธรรมทางสังคม
การปรับเปลี่ยนและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในการผลิตทรัพยากรบุคคลออกสู่สังคม |